Home

ข้อมูลทั่วไป

แผนพัฒนาท้องถิ่น

โครงสร้างบุคลากร

ข้อมูลข่าวสาร

แหล่งท่องเที่ยว

ผลิตภัณฑ์ชุมชน

กระดานสนทนา

โครงการหออาเซียนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ

โครงการหออาเซียนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ
รายละเอียด :

โครงการจัดตั้ง

หออาเซียนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ

 

 

เสนอโดย

 

องค์การบริหารส่วนตำบลร้องวัวแดง

อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

ร่วมกับ

สมาคมวิถีไทยยอง  เพื่อการพัฒนาสังคม

คณะกรรมการหมู่บ้านม่วงเขียว ตำบลร้องวัวแดง และ

เครือข่ายนักวิชาการและนักวิจัยภาคเหนือ

 

 โครงการจัดตั้งหออาเซียนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ

 

1.  หลักการและเหตุผล

 

หออาเซียนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา  นับเป็นวาระแห่งความปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ของพสกนิกรชาวไทยทั้งมวล และเป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งของชาติ ด้วยการจัดตั้งหออาเซียนเฉลิมพระเกียรติฯ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร

ประกอบกับสถานที่ใช้ในการจัดตั้งนั้นเป็นค่ายลูกเสือ ซึ่งอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการลูกเสืออำเภอสันกำแพง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ เขต 1 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกิจการลูกเสือในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ และเพื่อเป็นการยกระดับในด้านกิจการลูกเสือไทย ให้เจริญก้าวหน้าเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศและสามารถใช้เป็นสถานที่ในการจัดงานชุมนุมลูกเสือในเขตเอเชียนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.2551 โดยมีพระบาทสมเด็จ         พระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ

อีกประการที่สำคัญ นั่นคือ การเตรียมความพร้อมของท้องถิ่นไทยเพื่อการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community: AC) ในปี ค.ศ. 2015  สืบเนื่องจากการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ที่ชะอำ หัวหิน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2552 ผู้นำอาเซียนได้ลงนามรับรองปฏิญญาชะอำ หัวหิน ว่าด้วยแผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซียน (..2009-2015) เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 ซึ่งมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า  และประชาคมอาเซียนประกอบด้วยสามเสาหลัก คือ  1) ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน  2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  และ 3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน  ซึ่งการจัดตั้งประชาคมอาเซียนนั้นมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถของประเทศอาเซียนสู่ระดับโลก ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งผลกระทบในภูมิภาคอาเซียน ยกตัวอย่างเช่น ภาวะโลกร้อน เป็นต้น  แต่ในขณะเดียวกันก็จะทำให้สามารถเคลื่อนย้ายฐานการผลิตได้อย่างเสรี ลดกำแพงภาษีระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทในประเทศสมาชิกได้อย่างสันติ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้นมีผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อประเทศไทย เนื่องจากประเทศอาเซียนจะมีความเกี่ยวข้องกับสังคมในเกือบทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน สาธารณสุข สำหรับภาคการเกษตรซึ่งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศไทย ที่อาจได้รับผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบเช่นเดียวกัน ประการแรก ในด้านบวก ประเทศไทยสามารถขยายตลาดการส่งออกสินค้าการเกษตรได้ เนื่องจากกำแพงภาษีลดลง ประการที่สองในด้านลบ ภาคการเกษตรอาจต้องเผชิญกับสินค้าราคาถูก และต้องแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น จึงต้องมีการบูรณาการระหว่างองค์กรภาครัฐ เอกชน ประชาชน สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย นักวิชาการ รวมถึงสื่อมวลชน เพราะเป็นกลไกสำคัญในการนำประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.2558 ภายใต้การน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกโอกาส ตั้งแต่ระดับครอบครัว สังคม ตลอดจนระดับประเทศและระหว่างประเทศ และต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของประชาชน ให้สำนึกในคุณธรรม มีความอดทน มีความเพียร มีสติปัญญาและความรอบคอบ

ด้วยเหตุนี้  คณะผู้ดำเนินงาน จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ท้องถิ่นในอำเภอสันกำแพงเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้า บริการ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ที่ได้กำหนดแนวทางการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนใน พ.ศ.2558 ไว้ครอบคลุมในทุกมิติทั้งด้านความมั่นคง สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าและบริการในภูมิภาคอาเซียนบนฐานปัญญา นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐและภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน ได้แก่ รัฐบาล ราชการส่วนกลาง กระทรวง/กรม กลุ่มจังหวัด/จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สมาคมผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษาทุกระดับ องค์กรพัฒนาเอกชน สมาคม มูลนิธิ องค์กรอาสาสมัครต่าง ๆ สภาชุมชน กรรมการหมู่บ้าน ประชาคมหมู่บ้าน ฯลฯ

เพื่อเป็นการบูรณาการด้านการพัฒนาโครงการของกิจการลูกเสือไทย ถือเป็นความร่วมมือและความตกลงร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับกิจการลูกเสือ เนื่องจากพื้นที่ที่ใช้ในการดำเนินการเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้โดยคณะกรรมการค่ายลูกเสือจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ขอใช้ประโยชน์              และทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนดังกล่าว ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยได้ใช้โอกาสจากประชาคมอาเซียนในการพัฒนาประเทศ และลดผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้มาประยุกต์ใช้ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กล่าวคือ การใช้ประโยชน์จากประชาคมอาเซียนอย่าง พอประมาณไม่เอารัดเอาเปรียบชาติสมาชิกอาเซียนอื่น แต่ต้องร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อก้าวเดินไปในนามของอาเซียน การเตรียมความพร้อมอย่าง มีเหตุผลเพื่อให้ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีภายใต้เงื่อนไขความรู้ คู่คุณธรรม ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมที่มีความก้าวหน้าอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืน ตามคำขวัญของประชาคมอาเซียนที่ว่า หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคมหรือ “One Vision, One Identity, One Community”

 

2.  วัตถุประสงค์

 

1.1  เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ   และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ         สยามมกุฎราชกุมาร

1.2  เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำเภอสันกำแพง และสามารถรองรับการเปิดการค้าเสรีของกลุ่มประชาคมอาเซียนในปี 2015

1.3  เพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมา วิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น และภูมิปัญญาท้องถิ่นในอำเภอสันกำแพง

1.4   เพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงองค์ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนาและศิลปกรรมนานาชาติ

1.5  เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานล้านนาสู่อาเซียนและจัดบู๊ธแสดงสินค้าโอท็อป (OTOP) ชั้นนำและสินค้าของกลุ่มประเทศอาเซียนที่หลากหลาย

1.6   เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต ให้แก่ประชาชนในอำเภอสันกำแพง

1.7  เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศแบบบูรณาการเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการบูรณาการร่วมกับโครงการค่ายลูกเสือในระดับมาตรฐานอาเซียน

1.8   เพื่อใช้เป็นศูนย์การประชุมสัมมนาระดับมาตรฐานของอำเภอสันกำแพง

 

 

3.  ระยะเวลาดำเนินโครงการ :

            โครงการก่อสร้าง จะเริ่มดำเนินการภายในปี พ.ศ.2555 ถึงปี พ.ศ.2558

 

4.  วิธีดำเนินการ

4.1  จัดการประชุมประชาคมหมู่บ้านม่วงเขียว หมู่ที่ 4 ตำบลร้องวัวแดง อำเภอสันกำแพง

4.2  สมาคมวิถีไทยยองเพื่อการพัฒนาสังคมร่วมกับคณะกรรมการชุมชนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

      จัดทำโครงการเพื่อนำเสนอต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง               

4.3  ประชุมชี้แจงโครงการฯ

4.3  แต่งตั้งคณะกรรรมการดำเนินงาน, คณะกรรมการที่ปรึกษา, คณะกรรมการจัดหาทุน ฯลฯ

4.4  ดำเนินการส่งเรื่องไปยังอำเภอสันกำแพง และจังหวัดเชียงใหม่

4.5  แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

4.6  ประสานงานงบประมาณ ตามแบบโครงสร้าง (ภาคผนวกที่ 1)

4.7  ดำเนินการระดมเงินทุนจากแหล่งต่าง ๆ

4.8  จัดการประกวดการออกแบบ แบบแปลนและพิจารณาแบบแปลนโครงการฯ

4.9  ดำเนินการวิจัยโครงการฯ

4.10 ดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนที่สมบูรณ์จากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ

4.11 จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

4.12 ติดตามประเมินผลเพื่อการพัฒนา

 

5.  สถานที่ดำเนินการ

พื้นที่ค่ายลูกเสือ บ้านม่วงเขียว หมู่ที่ 4 ตำบลร้องวัวแดง ตำบลร้องวัวแดง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ข้างเคียง

 

6.  รูปแบบการดำเนินการและงบประมาณ

          ก่อสร้างหอคอยเฉลิมพระเกียรติฯ ความสูง 199.99 เมตร บนเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 50 ไร่ พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชาติ งบประมาณ 2,000 ล้านบาท  (ภาคผนวกที่ 2)

ลักษณะสิ่งก่อสร้างประกอบด้วย

          1. อาคารหอคอยมีความสูง 199 เมตร  งบประมาณ  500 ล้านบาท  (ภาคผนวกที่ 3)  โดยมีชั้นใช้งานจำนวน 9 ชั้น คือ                      

   3.1  ชั้นจัดแสดงสินค้าของกลุ่มประเทศอาเซียน และศูนย์ประสานงานล้านนาสู่อาเซียน

3.2  ชั้นสันทนาการ ภัตตาคารท้องถิ่น และอื่น ๆ                      

3.3  ชั้นศูนย์การศึกษาตลอดชีวิต และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ                      

3.4  ชั้นหอแสดงศิลปวัฒนธรรม ศิลปกรรม

3.5  ชั้นหอเรืองนาม เชิดชูเกียรติศิลปินและคนดีแห่งล้านนา                      

3.6  ชั้นประวัติศาสตร์บุคคลสำคัญของล้านนา                      

3.7  ชั้นประวัติศาสตร์ล้านนา

3.8  ชั้นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ผู้นำทางศาสนา

            3.9  ชั้นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณสยามมกุฎราชกุมาร และโครงการหลวงในพระราชดำริ

          2.  แผนงานวิจัยความเป็นไปได้และความเหมาะสมของการจัดตั้งและการบริหารจัดการหออาเซียนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ (ภาคผนวกที่ 4) งบประมาณ 30 ล้านบาท

          3.  การก่อสร้างถนนสายทางจากแยกแม่ออน เลียบถนนคันคลองชลประทาน ระยะทาง 7 กิโลเมตร    พร้อมสะพานข้ามคลองขนาด กว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร 1 แห่ง งบประมาณ 45 ล้านบาท

          4.  การก่อสร้างรถรางไฟฟ้าความเร็วต่ำ เส้นทางจากส่วนราชการอำเภอสันกำแพง ถึงที่ตั้งโครงการ รวมระยะทาง 15 กิโลเมตร งบประมาณ 50 ล้านบาท

 

7.  แหล่งงบประมาณ  

7.1. งบประมาณอุดหนุนและสนับสนุนโครงการจัดตั้งหออาเซียนเฉลิมพระเกียรติฯ  จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ภายในประเทศและต่างประ

วันที่ลงข่าว : 2014-05-20 12:27:48